อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
ปัจจัยที่มีผลต่ออัตรา
1. ธรรมชาติของสารตั้งต้น
ดูที่ความแตกต่างของพันธะ (ความแข็งแรงของพันธะ)
สารประกอบไอออนิก เมื่อละลายน้ำจะแตกตัวเป็นไอออนอยู่แล้ว เกิดปฏิกิริยาได้ง่าย
เช่น AgNO3(aq) + NaCl(aq) --> AgCl(s) + NaNO3(aq)
สารตั้งต้นจะแตกตัวอยู่ในรูปไอออน พร้อมที่จะเข้าทำปฏิกิริยากันทันที
Ag+(aq) + Cl-(aq) --> AgCl(s)
สารประกอบโคเวเลนต์ จะต้องสลายพันธะก่อน แล้วจึงค่อยสร้างพันธะใหม่ เกิดปฏิกิริยาได้ยาก
เช่น C6H12O6(s) + 6O2 --> 6CO2(g) + 6H2O(g)
โมเลกุลสารตั้งต้นจะต้องดูดพลังงานเข้าไปเพื่อสลายพันธะก่อน แล้วจึงคายพลังงานออกมาเพื่อสร้างพันธะใหม่กลายเป็นผลิตภัณฑ์
2. พื้นที่ผิวของสารตั้งต้น
อัตราการเกิดปฏิกิริยาแปรผันตามพื้นที่ผิวของสารตั้งต้น
มีผลกับปฏิกิริยาเนื้อผสมเท่านั้น (มีสารตั้งต้นเป็นของแข็ง 1 ตัว)
เมื่อมวลคงที่ เพิ่มพื้นที่ผิว โดยการลดขนาด (บด ตัด ทำให้เล็กลง)

Ex. Zn(s) + HCl(aq) → ZnCl(aq) + H2(g)
ผงสังกะสีจะเกิดปฏิกิริยาได้เร็วกว่าแผ่นสังกะสี
3. ความเข้มข้นของสารตั้งต้น
เมื่อเพิ่มความเข้มข้นของสารตั้งต้น จำนวนอนุภาคของสารตั้งต้นเพิ่มขึ้น อนุภาคจะมีความถี่ในการชนเพิ่มขึ้น อนุภาคที่มีพลังงานมากกว่าพลังงานกระตุ้นเพิ่มขึ้นด้วย ปฏิกิริยาจึงเกิดเร็วขี้น
แต่พลังงานจลน์เฉลี่ยคงที่

4. อุณหภูมิ
เมื่อเพิ่มอุณหภูมิ พลังงานจลน์เฉลี่ยของสารตั้งต้นเพิ่มขึ้น อนุภาคของสารตั้งต้นที่มีพลังงานจลน์มากกว่าพลังงานกระตุ้นเพิ่มขึ้น (จึงชนกันเร็วและแรงขึ้น) ปฏิกิริยาจึงเกิดเร็วขึ้น
พลังงานจลน์เฉลี่ยเพิ่มขึ้นตามอุณหภูมิ

5. ตัวเร่งปฏิกิริยา
เมื่อเติมตัวเร่งปฏิกิริยา พลังงงานกระตุ้นของปฏิกิริยาจะลดลง อนุภาคของสารตั้งต้นที่มีพลังงานจลน์มากกว่าพลังงานกระตุ้นจึงเพิ่มขึ้น ปฏิกิริยาจึงเกิดเร็วขึ้น
แต่พลังงานจลน์เฉลี่ยคงที่ และพลังงานของปฏิกิริยา คงที่

