แก๊สและสมบัติของแก๊ส
ความดันย่อยของแก๊ส
ความดันรวม เท่ากับผลบวกของความดันย่อย
กรณีแก๊สไม่ทำปฏิกิริยากัน


กรณีแก๊สทำปฏิกิริยากัน
สรุปวิธีทำ ได้ 3 ขั้นตอน
1. หาจำนวน molgas แต่ละตัว จากสูตร PV = nRT
2. เขียนและดุลสมการเคมี คำนวณตามหลักปริมาณสัมพันธ์ หา molgas ในระบบ
3. หาความดันย่อย หรือความดันรวมได้จาก PV = nRT
ตัวอย่าง นำภาชนะที่บรรจุแก๊สไนโตรเจนขนาด 200 mL ความดัน 1 atm และภาชนะที่บรรจุแก๊สออกซิเจนขนาด 400 mL ความดัน 0.5 atm มาต่อเข้าด้วยกันที่ 300 K จะเกิดปฏิกิริยาดังสมการ
N2(g) + O2(g) ® NO2(g) (สมการยังไม่ดุล)
เมื่อปฏิกิริยาสิ้นสุดความดันรวมของระบบและความดันย่อยของแก๊สแต่ละตัวเป็นเท่าใด
กำหนดให้ ปริมาตรของท่อมีขนาดเล็กมาก และอุณหภูมิคงที่

ทฤษฏีจลน์ของแก๊ส
1. อนุภาคของแก๊สมีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับภาชนะที่บรรจุ จนถือว่า ปริมาตรของอนุภาคแก๊สเป็นศูนย์ (มีมวล แต่ขนาดเป็นศูนย์) ผลรวมของอนุภาคแก๊สมีค่าน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาตรของภาชนะที่บรรจุ

2. อนุภาคของแก๊สอยู่ห่างกันมาก แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคน้อยมาก จนถือว่าไม่มีแรงกระทำต่อกัน

3. อนุภาคของก๊าซเคลื่อนที่อย่างอิสระ (เคลื่อนที่แบบบราว์นเนียน) อนุภาคของแก๊สเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงในทิศทางที่ไม่แน่นอน ด้วยอัตราเร็วคงที่ที่แตกต่างกัน อนุภาคแก๊สแต่ละอนุภาคมีพลังงานจลน์ไม่เท่ากัน เพราะมีอัตราเร็วไม่เท่ากัน

4. อนุภาคของก๊าซชนกันแบบยืดหยุ่น เมื่ออนุภาคแก๊สเกิดชนดันจะมีการถ่ายเทพลังงานให้แก่กันโดยไม่มีการสูญเสียพลังงานจลน์รวม ดังนั้นพลังงานจลน์เฉลี่ยของแก๊สจึงมีค่าคงที่ ณ อุณหภูมิหนึ่ง ๆ
5 ที่อุณหณภูมิเดียวกัน ก๊าซทุกชนิดจะมีพลังงานจลน์เฉลี่ยเท่ากัน
กฎการแพร่ของเกร์แฮม : ที่อุณหภูมิเดียวกัน อัตราการแพร่ของก๊าซจะแปรผกผันกับรากที่สองของมวลโมเลกุล

Ex. แก๊สไนโตรเจนหนัก 1.25 กรัมต่อลิตร และแก๊สคลอรีนหนัก 3.21 กรัมต่อลิตร ที่ STP. แก๊สใดแพร่ได้เร็วกว่าและเร็วกว่าเท่าใด
