อะตอมและตารางธาตุ 3 (สมบัติของธาตุและแนวโน้มตามตารางธาตุ)

เผยแพร่โดย: ครู SciOShi | วิชา: เคมี | ระดับชั้น: ม.4 | วันที่: 3/8/2569

อะตอมและสมบัติของธาตุ

สมบัติของธาตุและแนวโน้มตามตารางธาตุ
Lesson image

ความเป็นโลหะและความเป็นอโลหะ 

ความเป็นโลหะ ความสามารถในการให้ e-  

  • ความเป็นโลหะ แปรผันตามขนาดอะตอม

ความเป็นอโลห ความสามารถในการรับ e-  

  • ความเป็นอโลหะ แปรผกผันกับขนาดอะตอม

    Lesson image

ตัวอย่าง จงเปรียบเทียบความเป็นโลหะของ Li Na K

Li Na K อยู่หมู่เดียวกันจากบนลงล่าง 

ขนาด Li < Na < K

ความเป็นโลหะ Li < Na < K


ลขออกซิเดชัน(Oxidation number)

เลขออกซิเดชัน เป็นเลขที่แสดงประจุทางไฟฟ้าของธาตุ(ประจุแท้และประจุสมมติ)

1. ธาตุอิสระทุกตัวมีเลขออกซิเดชันเป็นศูนย์

2. ธาตุหมู่ IA, IIA และ IIIA ในสารประกอบมีเลขออกซิเดชัน +1, +2 และ +3 ตามลำดับ

3. ธาตุ F ในสารประกอบมีเลขออกซิเดชัน -1 เสมอ

4. ธาตุ H มีเลขออกซิเดชัน +1 เมื่อจับกับอโลหะ(โคเวเลนต์)

   มีเลขออกซิเดชัน -1 เมื่อจับกับโลหะ(ไอออนิก)

5. ในสารประกอบเลขออกซิเดชันของธาตุทุกตัวที่เป็นองค์ประกอบรวมกันมีค่าเท่ากับศูนย์

6. ในไอออนเลขออกซิเดชันของธาตุทุกตัวที่เป็นองค์ประกอบรวมกันมีค่าเท่ากับประจุที่แสดงของไอออน

7. ไอออนเชิงกลุ่ม จากข้อ 6 ถ้าโจทย์ไม่ได้ถามหาเลขออกซิเดชันของธาตุที่อยู่ในไอออนกลุ่ม ให้คิดประจุของไอออนกลุ่มทั้งก้อน ในการใช้หาเลขออกซิเดชันของธาตุอื่นได้เลย

Lesson image

*เลขออกซิเดชันสีแดง คือค่าที่พบมาก

ตัวอย่าง จงหาเลขออกซิเดชันของธาตุที่ขีดเส้นใต้

H2O2 2(H) + 2(O) = 0 

2(+1) + 2(O) = 0

  O = -1

KMnO4 K + Mn + 4(O) = 0

  (+1) + Mn + 4(-2) = 0

      Mn = +7

[Pt(NH3)4(NO3)2Cl]SO4

Pt + 4(NH3) + 2(NO3-) + Cl- + SO4- = 0

         Pt + 4(0) + 2(-1) + (-1) + (-2) = 0

       Pt = +5

ขนาดอะตอม (รัศมีอะตอม)

ประเภทของรัศมี

Lesson imageLesson image

ตามคาบ ขนาดอะตอมจะเล็กลงจากซ้ายไปขวา (หรือขนาดอะตอมเล็กลงเมื่อเลขอะตอมเพิ่มขึ้น) เพราะธาตุคาบเดียวกันจะมีระดับพลังงานเท่ากัน แต่จำนวนโปรตอนในนิวเคลียสเพิ่มขึ้น(เลขอะตอมเพิ่มขึ้น) ทำให้แรงดึงดูดของโปรตอนจากนิวเคลียสไปยังอิเล็กตรอนเพิ่มขึ้น ขนาดอะตอมจึงเล็กลง

ตามหมู่ ขนาดอะตอมจะใหญ่ขึ้นจากบนลงล่าง (หรือขนาดอะตอมใหญ่ขึ้นเมื่อเลขอะตอมเพิ่มขึ้น) เพราะธาตุหมู่เดียวกันจะมีระดับพลังงานเพิ่มขึ้นจากบนลงล่าง ขนาดอะตอมจึงใหญ่ขึ้น

ขนาดไอออน

Lesson image

อะตอม เมื่อให้(เสีย)อิเล็กตรอนไป จะกลายเป็นไอออนบวก ขนาดจะเล็กลงเมื่อเทียบกับอะตอม

อะตอม เมื่อรับอิเล็กตรอนเข้ามา จะกลายเป็นไอออนลบ ขนาดจะใหญ่ขึ้นเมื่อเทียบกับอะตอม

"ไอออนยิ่งบวก ยิ่งเล็ก ไอออนยิ่งลบ ยิ่งใหญ่"

Lesson image

การเปรียบขนาดอะตอมและขนาดไอออน

step 1 : จัดเรียงอิเล็กตรอน แล้วเปรียบเทียบจำนวนระดับพลังงาน ระดับพลังงานมากว่า ขนาดใหญ่กว่า

step 2 : ถ้าระดับพลังงานเท่ากัน 

กรณีขนาดอะตอม แสดงว่าอยู่คาบเดียวกัน ให้ดูตามแนวโน้มช้ายไปขวา (หรือดูเลขอะตอม)

ขนาดเล็กลงจากซ้ายไปขวา (หรือ เล็กลง เมื่อเลขอะตอมเพิ่ม หรือ จำนวนโปรตอนมาก ขนาดเล็ก) 

กรณีขนาดไอออน ให้ดูประจุ ไอออนยิ่งบวก ยิ่งเล็ก ไอออนยิ่งลบ ยิ่งใหญ่

ตัวอย่าง จงเปรียบเทียบขนาดอะตอมและขนาดไอออนที่เสถียรของธาตุต่อไปนี้

Lesson image

พลังงานไอออไนเซชัน (IEn)

พลังงานไอออไนเซชัน คือ พลังงานที่ต้องการใช้ในการทำให้อิเล็กตรอนหลุดออกจากอะตอมหรือไอออนในสถานะแก๊สให้กลายเป็นไอออนบวกในสถานะแก๊ส

สมการแสดงพลังงานไอออไนเซชัน

IE1 พลังงานไอออไนเซชันลำดับที่ 1 พลังงานที่ดูดเข้าไปเพื่อใช้ดึงe-ตัวแรกให้หลุดออกจากอะตอมของธาตุในสถานะแก๊ส

Na(g) + IE1 --> Na+(g) + e-   หรือ Na(g) --> Na+(g) + e- IE1 

IE2 พลังงานไอออไนเซชันลำดับที่ 2 พลังงานที่ดูดเข้าไปเพื่อใช้ดึงe-ตัวที่สองให้หลุดออกจากไอออนของธาตุในสถานะแก๊ส

Na+(g) + IE2 --> Na2+(g) + e-   หรือ Na+(g) --> Na2+(g) + e- IE2 

IE3 ...

Na2+(g) + IE3 --> Na3+(g) + e-   หรือ Na2+(g) --> Na3+(g) + e- IE3 

Na3+(g) + IE4 --> Na3+(g) + e-   หรือ Na3+(g) --> Na4+(g) + e- IE4 

Nam+(g) + IEn --> Nan+(g) + e-   หรือ Nam+(g) --> Nan+(g) + e- IEn 

Lesson image Lesson image

การเปรียบเทียบพลังงานไอออไนเซชัน

IE1 ให้พิจารณาตามแนวโน้ม **หมู่ IA มีค่าต่ำสุด หมู่ VIIIA มีค่าสูงสุด

IEn ให้จัดเรียงอิเล็กตรอน แล้วพิจารณาว่า e- ตัวที่ดึงอยู่ที่ระดับพลังงานใด

             ชั้นนอกดึงง่าย IE ต่ำ          ชั้นในดึงยาก IE สูง

             *ถ้าดึงชั้นเดียวกันให้ดูจำนวนโปรตอน(p+) มีมาก ดึงยาก IE สูง

** IE ลำดับที่ n ใด ๆ หมู่ n จะมีค่าต่ำที่สุด และหมู่ n-1 มีค่าสูงสุด

ตัวอย่าง จงเปรียบเทียบพลังงานไอออไนเซชันลำดับที่ 1 และ 3 ของธาตุที่มีเลขอะตอมต่อไปนี้

Lesson image

สัมพรรคภาพอิเล็กตรอน (EA)          

EA คือพลังงานที่ใช้ทำให้อิเล็กตรอนหลุดออกจากไอออนลบของธาตุ ในสถานะแก๊ส

A-(g)  → A(g) + e-             EA

EA ที่มีค่ามากกว่า แสดงว่าจะต้องใช้พลังงานมากในการดึงอิเล็กตรอนให้หลุดออกหรือดึงให้หลุดได้ยากกว่า แสดงว่าไอออนลบนั้นมีแนวโน้มเป็นไอออนลบที่เสถียรกว่า

Lesson image

จากค่า EA ธาตุ VIIA มีค่า EA มาก รับ e- แสดงว่าเป็นไอออนลบที่เสถียร เพราะเมื่อรับอิเล็กตรอนแล้วจะทำให้การจัดเรียงอิเล็กตรอนเสถียร์ขึ้น

เช่น F มีค่า EA สูงมาก F- เป็นไอออนลบที่เสียร

ธาตุหมู่ IIA และ VIIIA มีค่า EA น้อยมาก 

เช่น Be มีค่า EA < 0 แสดงว่า Be- เป็นไอออนลบที่ไม่เสถียร

Electronegativity (EN)    

EN เป็นค่าที่แสดงถึงความสามารถในการดึงอิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะเข้าหาอะตอมของธาตุ

Lesson image

พบว่า ค่า EN แปรผกผันกับขนาดอะตอม

ตามคาบ EN มีค่าเพิ่มขึ้นจากซ้ายไปขวา (หรือเมื่อเลขอะตอมเพิ่มขึ้น)

ตามหมู่ EN มีค่าลดลงจากบนลงล่าง (หรือเมื่อเลขอะตอมเพิ่มขี้น

Lesson image

ธาตุที่มี ค่า EN สูงสุด 5 ตัวแรก F > O > Cl > N > Br

หมู่ VIIIA He Ne Ar ไม่มีค่า EN เพราะมันไม่เกิดสารประกอบ (ไม่เกิดพันธะ) กับธาตุอื่น 

ส่วน Kr และ Xe มีค่า EN เพราะKr และ Xe เกิดพันธะกับธาตุอื่น (F, O) เช่น KrF2  XeF2  XeO2

Lesson image

ธาตุที่มีค่า EN เท่ากัน เมื่อเกิดพันธะจะทำให้เกิดการกระจายตัวของอิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะสม่ำเสมอ พันธะที่เกิดจากอะตอมของธาตุทั้งสองจึงไม่มีสภาพขั้วของพันธะเกิดขึ้น

ธาตุที่มีค่า EN ต่างกัน เมื่อเกิดพันธะ การกระจายตัวของอิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะจะไม่สม่ำเสมอ พันธะที่เกิดจากอะตอมของธาตุทั้งสอง จะเป็นพันธะมีขั้ว 

แต่ถ้าค่า EN ต่างกันมาก จะเกิดการให้และรับอิเล็กตรอนกลายเป็นไอออน เกิดเป็นพันธะไอออนิก

ตัวอย่าง จงเปรียบเทียบค่า EN ของธาตุที่มีเลขอะตอมต่อไปนี้

8A 2  6

9B 2  7

11C 2  8  1

17D 2  8  7

20E 2  8  8  2

ค่า EN ของธาตุ C < E < D < A < F

ค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐาน (E0)  

-ค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐาน มี 2 ประเภท ค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานรีดักชัน และค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานออกซิเดชัน

Lesson image

*เมื่อค่า E0 เป็นบวก แสดงว่าธาตุหรือไอออนของธาตุนั้นมีความสามารถในการรับหรือให้ e- ได้ แต่ถ้าติดลบ แสดงว่าธาตุหรือไอออนนั้น จะรับหรือให้ e- ได้แย่ จากตัวอย่าง พบว่า

* เรียกตัวที่รับ e- ว่าตัวออกซิไดซ์ หรือตัวถูกรีดิวซ์

*เรียกตัวที่ให้ e- ว่าตัวรีดิวซ์ หรือตัวถูกออกซิไดซ์            

แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค           

  • ธาตุโลหะ ยึดเกาะกันด้วยพันธะโลหะ ซึ่งเป็นแรงยึดเหนี่ยวทางไฟฟ้าระหว่าง e- กับกลุ่มของไอออนบวก(นิวเคลียส)ของโลหะ ซึ่งเป็นแรงยึดเหนี่ยวที่แข็งแรงมาก

พันธะโลหะ(ความแข็งแรงของพันธะ) แปรผกผันกับขนาดอะตอม

  • ธาตุอโลหะ มี 2 กลุ่ม

1. แรงลอนดอน หรือ dispersion force คือธาตุอโลหะที่อยู่ในรูปอะตอมเดี่ยวหรือโมเลกุล แรงยึดเหนี่ยวจึงเป็นแรงกระจาย

ซึ่งเป็นแรงอ่อนๆและขึ้นกับการกระจายตัวของอิเล็กตรอนในอะตอมหรือโมเลกุล

แรงลอนดอน หรือ dispersion force แปรผันตาม ขนาดอะตอม

2. พันธะโคเวเลนต์ หรือธาตุอโลหะที่อยู่เป็นโครงผลึกร่างตาข่าย (network) จะมีลักษณะเป็นโครงผลึกต่อเนื่องกันเป็นร่าง

ตาข่าย แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคจึงเป็นพันธะโคเวเลนต์ ซึ่งแข็งแรงมากๆ

เช่น เพชร (C) แกรไฟต์ (C)

Lesson image

จุดหลอมเหลว (Mp.) จุดเดือด (Bp.)

Mp.,bp. แปรผันตาม แรงยึดเหนึ่ยวระหว่างอนุภาค(ความแข็งแรงของแรงยึดเหนึ่ยว)

ผังแนวคิด

Lesson image