อะตอมและตารางธาตุ 1 (แบบจำลองอะตอมดาลตัน ทอมสัน รัทเทอร์ฟอร์ด แซดวิก สัญลักษณ์นิวเคลียร์)

เผยแพร่โดย: ครู SciOShi | วิชา: เคมี | ระดับชั้น: ม.4 | วันที่: 27/7/2569

อะตอมและสมบัติของธาตุ

Lesson image

ดาลตัน

1. สสารประกอบด้วยหน่วยที่เล็กที่สุด มีลักษณะทรงกลมตัน ไม่สามารถแบ่งแยกได้ เรียกว่า อะตอม

2. อะตอมของธาตุชนิดเดียวกันมีมวลและสมบัติเหมือนกัน แต่จะด่างจากอะตอมของธาตุอื่น

3. สารประกอบเกิดจากอะตอมของธาตุที่ต่างกัน 2 ชนิดขึ้นไป มารวมตัวกันในสัดส่วนที่เป็นเลขลงตัว

4. อะตอมไม่สามารถสร้างหรือทำลายได้

Lesson image

ทอมสัน

สสารกับการนำไฟฟ้า

1. ของแข็ง จะนำไฟฟ้าได้ เมื่อของแข็งนั้นมีอิเล็กตรอนอิสระเคลื่อนที่ได้ เช่น โลหะ แกรไฟต์

2. ของเหลว จะนำไฟฟ้าได้ เมื่อของเหลวนั้นแตกตัวเป็นไอออนได้ เช่น NaCl(aq) HCl(aq)

3. แก๊ส จะนำไฟฟ้าได้ ที่ความดันต่ำ ความต่างศักย์สูง

Lesson image

Lesson imageการทดลองหลอดรังสีแคโทดของทอมสัน

ทดลองการนำไฟฟ้าของก๊าซในหลอดสุญญากาศ โดยติดตั้งขั้วไฟฟ้าความต่างศักย์สูงเข้าไป จะเกิดการเรืองแสง เพราะก๊าซภายในหลอดแตกตัวและนำไฟฟ้าได้

  • ภายในหลอดมีก๊าซค่อนข้างเบาบาง ความดันต่ำมาก เพื่อให้อนุภาคของก๊าซแตกตัวได้

  • ขั้วแอโนด(+) เจาะรูเพื่อให้อนุภาคจากขั้วแคโทด(-) วิ่งทะลุผ่านเป็นเส้นรังสีผ่านไปยังสนามไฟฟ้า

  • เมื่อรังสีแคโทดเคลื่อนที่ผ่านสนามไฟฟ้า พบว่ารังสีแคโทดเบี่ยงเบนเข้าหาขั้วบวก แสดงว่ารังสีแคโทดมีประจุลบ

  • สารเรืองแสง (ZnS) ช่วยให้เห็นตำแหน่งที่รังสีแคโทดตกกระทบที่ก้นหลอด

  • สนามแม่เหล็ก คร่อมที่เดียวกับสนามไฟฟ้า เพื่อให้เกิดแรงแม่เหล็กหักล้างกับแรงจากสนามไฟฟ้า

การหาค่า ประจุต่อมวล (e/m) ของอิเล็กตรอน

อาศัยสมดุลของแรงไฟฟ้าและแรงแม่เหล็ก

แรงไฟฟ้า = แรงแม่เหล็ก

       qE  = qvB

หาค่าประจุต่อมวลของอิเล็กตรอนได้

q/m ของอิเล็กตรอน = 1.7 x 108 C/g

รังสีแอโนด(รังสีบวก) ของโกลด์สไตน์

โกลด์ชไตน์ได้ทำการทดลองโดยการเจาะรูไว้ที่ขั้วแคโทด เพื่อศึกษารังสีบวกที่วิ่งจากขั้วแอดโนด พบว่าการเบี่ยงเบนของรังสีบวกในสนามไฟฟ้าของก๊าซแต่ละชนิดที่บรรจุในหลอดรังสีแคโทดแตกต่างกัน และพบว่าค่าประจุต่อมวลของอนุภาคบวกที่คำนวณได้ของแก๊สแต่ละชนิดมีค่าไม่เท่ากัน จึงไม่สามารถสรุปได้ว่า อนุภาคบวกที่พบนี้เป็นอนุภาคพื้นฐานของธาตุแต่ละชนิด

Lesson image

รังสีแคโทดและรังสีแอโนด

รังสีแคโทด มาจากขั้วแคโทดโดยตรงและมาจาก e ที่หลุดออกจากอะตอมของก๊าซภายในหลอดที่ถูกชนหลุดออกมาก ส่วนรังสีแอโนด(รังสีบวก) เกิดจากอะตอมของก๊าซที่เสีย e ออกไปกลายเป็นอนุภาคบวก

การหาประจุของมิลลิแกน

หาประจุของอิเล็กตรอนด้วยการทดลองหยดน้ำมัน (Oil drop) โดยการทำให้หยดน้ำมันมีประจุเป็นลบ ลอยอยู่นิ่งในสนามไฟฟ้า โดยอาศัยสมดุลของแรงไฟฟ้ากับแรงโน้มถ่วง

Lesson image

  • พ่นหยดน้ำมันเป็นละอองเล็กๆ หยดน้ำมันจะตกผ่านรูลงมาตามแรงโน้มถ่วง

  • ยิงรังสีเอกซ์ ไปยังบริเวณโดยรอบหยดน้ำมัน อากาศจะแตกตัวเป็นไอออนและ อิเล็กตรอน แล้วอิเล็กตรอนจะไปเกาะที่หยดน้ำมัน ทำให้หยดน้ำมันมีประจุลบ

  • หยดน้ำมันที่มีประจุลบ จะถูกแรงดึงขึ้นจากสนามไฟฟ้าแผ่นบวก สังเกตหยดที่ลอยอยู่นิ่ง เพราะเกิดสมดุลระหว่างแรงไฟฟ้ากับแรงโน้มถ่วง

  • คำนวณหาค่าประจุ โดยอาศัยสมดุลของแรงไฟฟ้ากับแรงโน้มถ่วง

qE = mg

  q = mg/E

  q = 1.6 x 10-19 C

  • จาก e/m ของอิเล็กตรอน = 1.7 x 108 C/g

จะได้   มวลของอิเล็กตรอน = 9.11 x 10-28 g

สรุปทอมสัน

1. อะตอมของธาตุทุกชนิดประกอบด้วยอนุภาคที่มีประจุเป็นลบ เรียกอนุภาคนี้ว่า อิเล็กตรอน

2. อะตอมมีลักษณะเหมือน Plum pudding เป็นทรงกลม ประกอบด้วยอิเล็กตรอนซึ่งมีประจุลบกระจายตัวฝังอยู่ในเนื้อของอะตอมที่มีประจุเป็นบวก

Lesson image

รัทเทอร์ฟอร์ด

สมติฐาน จากแบบจำลองอะตอมของทอมสัน เมื่อยิงรังสีแอลฟา (α-ray) ซึ่งมีประจุบวกไปยังแผ่นทองคำบางจะไม่มีรังสีแอลฟาที่สะท้อนกลับ เพราะประจุบวกในเนื้ออะตอมกระจายตัว ทำให้มีความหนาแน่นของประจุบวกเบาบางจนไม่สามารถผลักรังสีแอลฟาให้สะท้อนกลับได้

Lesson image

ผลการทดลอง เมื่อยิงรังสีแอลฟาไปยังแผ่นทองคำบาง พบว่ารังสีส่วนใหญ่ยังคงทะลุผ่านไปในแนวเดิม และมีรังสีแอลฟาบางส่วนเบี่ยงเบนและสะท้อนกลับได้

สรุปจากผลการทดลอง แสดงว่า อะตอมประกอบด้วยอนุภาคบวกที่รวมตัวกันขนาดเล็กและหนาแน่นมากเป็นนิวเคลียสอยู่ตรงกลาง และมีอิเล็กตรอนโคจรรอบๆนิวเคลียส

*จากการทดลองของรัทเทอร์ฟอร์ด ทำให้ทราบสัดส่วนพื้นที่หน้าตัดของอะตอมต่อพื้นที่หน้าตัดของนิวเคลียส

Lesson image

ตัวอย่าง ถ้าปริมาณรังสี่ที่สะท้อนกลับต่อปริมาณรังสี่ทั้งหมดที่ยิงไปยังแผ่นทองคำบาง มีค่าเท่ากับ 10-10 รัศมีอะตอมมีขนาดเป็นกี่เท่าของรัศมีนิวเคลียส

วิธีทำ ให้   อนุภาคที่ยิงทั้งหมด = 1

อนุภาคที่สะท้อน = 10-10

 รัศมีอะตอม = R

 รัศมีนิวเคลียส = r

 อนุภาคทั้งหมด/ที่สะท้อน = พท.หน้าตัดอะตอม/นิวเคลียส

      1/10-10 = (R/r)2

R/r = 105

รัศมีอะตอมมีขนาดเป็น 105 เท่าของรัศมีนิวเคลียส

การค้นพบโปรตอน ของรัทเทอร์ฟอร์ด

รัทเทอร์ฟอร์ด ทดลองยิงรังสีแอลฟาใส่ก๊าซไนโตรเจนในหลอดก๊าซ แล้วตรวจพบประจุบวก ไฮโดรเจนนิวคลิไอ (H+) ซึ่งน่าจะหลุดออกมาจากนิวเคลียสของอะตอมไนโตรเจน เมื่อทำการทดลองกับก๊าซชนิดอื่นๆ ก็ให้ผลการทดลองเช่นเดียวกัน ซึ่งอนุภาค H+ นี้คือ โปรตอน จึงสรุปได้ว่า โปรตอนเป็นอนุภาคมูลฐานของอะตอม

แซดวิก

จากการค้นพบโปรตอน รัทเทอร์ฟอร์ดยังคงสงสัยว่า เหตุใด มวลอะตอมของธาตุ จึงมีค่ามากว่าเลขอะตอม(จำนวนโปรตอน)ประมาณ 2 เท่า จึงทำให้รัทเทอร์ฟอร์ดคิดว่าน่าจะมีอนุภาคอีกหนึ่งชนิดที่มีมวลใกล้เคียงกับโปรตอน แต่เป็นกลางทางไฟฟ้า รวมอยู่กับโปรตอนในนิวเคลียส

Lesson image

แซดวิกทำการทดลองโดยยิงอนุภาคแอลฟาไปยังแผ่นเบริลเลียม ทำให้อนุภาคชนิดหนึ่งหลุดออกมาจากแผ่นเบริลเลียม อนุภาคนี้ชนแผ่นพาราฟิน จะได้อนุภาคโปรตอนหลุดออกมา ซึ่งสามารถตรวจวัดได้ จากการทดลองทำให้แซดวิก สรุปว่า อนุภาคที่หลุดออกจากแผ่นเบริลเลียม และสามารถชนให้โปรตอนหลุดออกจากแผ่นพาราฟินได้จะต้องมีมวลใกล้เคียงกับโปรตอน และเมื่อตรวจสอบพบว่าอนุภาคนี้ไม่มีประจุ จึงเรียกอนุภาคนี้ว่า นิวตรอน

Lesson image

มวลของโปรตอนและมวลของนิวตรอนมีค่าใกล้เคียงกัน ซึ่งมีค่ามากว่ามวลของอิเล็กตรอนประมาณ 1,800 เท่า

มวลของโปรตอน + มวลของนิวตรอน >> มวลของอิเล็กตรอน มาก ๆ

มวลอะตอม จึงคิดเฉพาะมวลของโปรตอน+มวลของนิวตรอน ไม่คิดมวลอิเล็กตรอน

สัญลักษณ์นิวเคลียร์  คือสัญลักษณ์ธาตุที่มีเขียนแสดงทั้งเลขอะตอมและเลขมวล

เลขอะตอม (Atomic number) เป็นเลขที่ระบุจำนวนโปรตอน หรือ อนุภาคบวกในนิวเคลียส

เลขมวล (Mass number) เป็นเลขที่ระบุจำนวนโปรตอนกับจำนวนนิวตรอนรวมกัน

Lesson image

การระบุจำนวนอนุภาคจากสัญลักษณ์นิวเคลียร์

จำนวนโปรตอน ดูเลขอะตอม (เลขล่าง)

จำนวนนิวตรอน เลขมวลลบเลขอะตอม (บน - ล่าง)

จำนวนอิเล็กตรอน ให้ดูประจุด้วย ถ้าประจุ

0 จำนวนอิเล็กตรอน = จำนวนนิวตอน

m+ จำนวนอิเล็กตรอน < จำนวนโปรตอน อยู่ m ตัว

m- จำนวนอิเล็กตรอน > จำนวนโปรตอน อยู่ m ตัว

ตัวอย่าง จงระบุจำนวนอนุภาคมูลฐานของธาตุหรือไอออนต่อไปนี้

Lesson image

จากสัญลักษณ์นิวเคลียร์ จะได้ว่า 

K มี 19 โปรตอน  20 นิวตรอน  19 อิเล็กตรอน ส่วน   K+ มี 19 โปรตอน  20 นิวตรอน  18 อิเล็กตรอน


ไอโซโทป (Isotope) 

Lesson image

อะตอมของธาตุชนิดเดียวกันที่มีเลขอะตอมเท่ากันแต่มีเลขมวลต่างกัน หรืออะตอมของธาตุชนิดเดียวกันที่มีจำนวนโปรตอนเท่ากันแต่มีจำนวนนิวตรอนต่างกันธาตุที่เป็นไอโซโทปกันจะมีสมบัติทางเคมีเหมือนกัน


ไอโซโทน (Isotone) 

Lesson image

ธาตุต่างชนิดกันที่มีจำนวนนิวตรอนเท่ากัน

ไอโซบาร์ (Isobar)

Lesson imageธาตุต่างชนิดกันที่มีเลขมวลเท่ากัน

ไอโซอิเล็กทรอนิก (Isoelectronic) สารที่มีจำนวนอิเล็กตรอนเท่ากัน

7N3-  8O2-  9F-  10Ne  11Na+  12Mg2+  13Al3+ มี e- = 10 ตัวเท่ากัน

 16S2- 17Cl-  18Ar  19K+  20Ca2+          มี e- = 18 ตัวเท่ากัน