กรดและเบส
สมบัติทั่วไปของกรดและเบส

ความแรงในการแตกตัว

เบส เบสแก่ : เบสไฮดรอกไซด์ของโลหะหมู่ 1 Ex. NaOH (โซเดียมไฮดรอกไซด์, โซดาไฟ), KOH (โปตัสเซียมไฮดรอกไซด์, ด่างคลี)
เบสไฮดรอกไซด์ของโลหะหมู่ 2 Ex. Ca(OH)2 (แคลเซียมไฮดรอกไซด์, น้ำปูนใส)
เบสอ่อน : สารละลายแอมโมเนีย (NH3) หรือสารละลายแอมโมเนียมไฮดรอกไซด์ (NH4OH)
การทำปฏิกิริยาของเบส
กรด มี 2 ประเภท
1. กรดอินทรีย์ มีสูตรทั่วไปเป็น R-COOH และเป็นกรดอ่อนทุกตัว
2. กรดอนินทรีย์ (กรดแร่) มี 2 ชนิด
สามารถใช้สารละลายเจนเชียนไวโอเลต ทดสอบกรดอินทรีย์หรือกรดอนินทรีย์ได้

การทำปฏิกิริยาของกรด
อินดิเคเตอร์
อินดิเคเตอร์ คือ สารที่ใช้ทดสอบความเป็นกรดเป็นเบสของสารละลายได้ เช่น

การเปลี่ยนสีของอินดิเคเตอร์
โดยทั่วไปสารละลายอินดิเคเตอร์จะมีสีกรดหรือสีเบสจะขึ้นกับอัตราส่วนความเข้มข้นของ HIn และ In- ต่างกันประมาณ 5 – 10 เท่า
ให้อินดิเคเตอร์เป็นกรดอ่อนมีสูตรทั่วไป HIn และ In- เป็นคู่เบสของ HIn

เมื่อเติมกรดลงไป เปรียบเสมือนเติม H3O+ ลงไป สมดุลจะเลื่อนหนีตัวที่เติมทำให้สมดุลจะย้อนกลับ สารละลายจะได้สีแดง
เมื่อเติมเบสลงไป เปรียบเสมือนเติม OH- ลงไป OH- จะไปจับกับ H3O+ สมดุลจะเลื่อนหาตัวที่ดึงออกทำให้สมดุลไปข้างหน้า สารละลายจะได้สีน้ำเงิน
ประโยชน์ของอินดิเคเตอร์
1. ใช้บอกจุดยุติในการไตเตรต
ไตเตรตระหว่างกรดแก่กับเบสแก่ ใช้อินดิเคเตอร์ที่มีช่วง pH = 7
ไตเตรตระหว่างกรดแก่กับเบสอ่อน ใช้อินดิเคเตอร์ที่มีช่วง pH < 7
ไตเตรตระหว่างกรดอ่อนกับเบสแก่ ใช้อินดิเคเตอร์ที่มีช่วง pH > 7

2. ใช้ประมาณค่า pH ของสารละลาย
pH ของสารละลาย


เกลือ
การไตเตรต
การไตเตรต เป็นวิธีหาความเข้มข้นของสารหรือปริมาณของสารในสารละลายตัวอย่าง โดยให้ทำปฏิกิริยากับสารละลายมาตรฐาน และวัดปริมาณสารที่ทำปฏิกิริยาพอดีกัน เป็นการวิเคราะโดยปริมาตร
จุดสมมูล (equivalence point) หรือจุดสะเทิน เป็นจุดที่สารละลายกรดเบสทำปฏิกิริยาพอดีกัน (หมดด้วยกันทั้งคู่)
จุดยุติ (end point) เป็นจุดที่หยุดไตเตรต หรือจุดที่อินดิเคเตอร์เปลี่ยนสี
สารละลายตัวอย่าง คือสารละลายที่ต้องการนำมาวิเคราะห์หาปริมาณสาร
สารละลายมาตรฐาน คือสารละลายที่รู้ความเข้มข้นและปริมาณที่แน่นอน
การหาจุดยุติ
1. ใช้อินดิเคเตอร์ ดูการเปลี่ยนสีของอินดิเคเตอร์
การเลือกใช้อินดิเคเตอร์ จึงมีผลต่อการวิเคราะห์หาปริมาณสาร โดย
ถ้าเลือกใช้อินดิเคเตอร์ที่เปลี่ยนสีก่อนถึงจุดสมมูล พบว่า ที่จุดยุติ จะมี pH ต่ำกว่า ที่จุดสมมูล ทำให้คำนวณค่าความเข้มข้นหรือปริมาณสารได้น้อยกว่าค่าจริง
ถ้าเลือกใช้อินดิเคเตอร์ที่เปลี่ยนสีเลยจุดสมมูล พบว่า ที่จุดยุติ จะมี pH สูงกว่า ที่จุดสมมูล ทำให้คำนวณค่าความเข้มข้นหรือปริมาณสารได้มากกว่าค่าจริง
2. ใช้กราฟค่าการนำไฟฟ้าของสารละลาย
นิยมใช้กับการไตเตรตแบบตกตะกอน (precipitrate titration) เช่น ไตเตรตระหว่าง Ba(OH)2 กับ H2SO4 จะได้น้ำและเกลือ BaSO4 ที่ไม่ละลายน้ำ ที่จุดสมมูลกรดและเบสหมดด้วยกันทั้งคู่ เกลือ BaSO4 ไม่ละลายน้ำ ทำให้ปริมาณไอออนในสารละลายน้อยมาก ที่จุดสมมูลสารละลายจึงมีค่าการนำไฟฟ้าต่ำที่สุด จะได้กราฟดังรูป

3. ใช้กราฟค่า pH กับปริมาตร กราฟจะมีลักษณะเป็นรูปตัว S
ตัวอย่างการไตเตรตสารละลายกรด CH3COOH ด้วยสารละลาย NaOH จุดสมมูลจะอยู่ประมาณจุดกึ่งกลางของกราฟช่วงที่มีการเปลี่ยน pH มาก(กราฟชันที่สุด) เป็นการไตเตรตระหว่างกรดอ่อนเบสแก่ ดังนั้น pHจุดสมมูล > 7 ดังกราฟ

การคำนวณไทเทรตกรดเบส
ที่จุดสมมูล เป็นจุดที่กรดเบสทำปฏิกิริยาพอดีกัน จะได้ว่า

ตัวอย่าง จะต้องใช้สารละลาย NaOH เข้มข้น 5 mol/L กี่ mL จึงจะทำปฏิกิริยาพอดีกับสารละลาย H2SO4 เข้มข้น 2 mol/L จำนวน 200 mL
